เทคนิคการวิ่งให้เบิร์นได้ดี และ ไม่น่าเบื่อ !!

ในปัจจุบันการวิ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากการออกกําลังกายด้วยการวิ่งนั้นไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรมากนัก เพียงแค่มีรองเท้าวิ่งสักคู่ก็ออกไปวิ่งได้แล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นของคนส่วนใหญ่ที่มาปรึกษาบุ๊คนั่นก็คือ วิ่งแล้วทําไมไม่เห็นผอมลงเลย แถมยิ่งวิ่งบ่อยๆมันก็น่าเบื่อ ไม่สนุก วันนี้บุ๊คเลยจะมาแนะนําวิธีที่จะทําให้การวิ่งของเรานั้นสนุกและเบิร์นได้ดีกันค่ะ
 
1.เปลี่ยนจากการวิ่งบนลู่ที่ฟิตเนสไปวิ่ง outdoor บ้าง

DSC00129

หลายคนบ่นว่าการวิ่งบนลู่นั้นมันน่าเบื่อ เพราะว่าเป็นการวิ่งอยู่กับที่ ไม่มีความตื่นเต้นหรือสนุกสนานเลย ดังนั้นบุ๊คเลยขอแนะนําให้ออกไปวิ่งตามสวนสาธารณะหรือสนามกีฬา เพราะนอกจากจะทําให้เราได้สูดอากาศบริสุทธิ์และชมธรรมชาติแล้ว ก็ยังทําให้เราได้พบเจอสิ่งใหม่ๆรอบตัว ที่น่าตื่นเต้นมากกว่าเดิม แต่การออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะนั้นจะไม่มีตัววัดที่จะทำให้เรารู้ระยะทางความเร็ว และอัตราการเต้นของหัวใจได้ จึงต้องหาอุปกรณ์ที่เข้ามาช่วยในการวัด ซึ่งตอนนี้ใน Smart Phone ก็สามารถใช้ application เพื่อตรวจสอบได้ แต่จะมีปัญหาตรงที่ว่า บางทีระยะทางไม่ตรง ความเร็วในการวิ่งไม่เป๊ะ ไม่สามารถวัด heart rate ได้ และที่สําคัญสุดเลยคือ การพกโทรศัพท์มือถือตอนวิ่ง ค่อนข้างเกะกะ เก็บลําบาก ทําให้ความคล่องตัวในการวิ่งน้อยลง

DSC00629

ซึ่งบุ๊คก็มีปัญหาแบบนั้นจนมาได้ทดลองใช้ Samsung Gear Fit2 ซึ่งอุปกรณ์นี้คือ GPS Sports Band สายรัดข้อมือที่ช่วยวัดค่าต่างๆในการออกกําลังกาย พร้อมมี GPS อยู่ในตัว

DSC00716

Samsung Gear Fit2 มีคุณสมบัติที่สามารถวัดระยะทางการวิ่ง ความเข้มข้นของการวิ่ง อัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างแม่นยํา โดยสายรัดข้อมือตัวนี้สามารถแสดงแผนที่การวิ่งบนหน้าจอให้เราดูขณะวิ่งได้ด้วย ซึ่งหลังจากใช้งานเสร็จสามารถเชื่อมต่อกับ Smartphone เพื่อดูข้อมูลได้อีกช่องทางหนึ่ง

DSC00661
 

2.ชวนเพื่อนมาวิ่งด้วยกัน 

DSC00241

สําหรับคนที่ไม่ชอบทําอะไรคนเดียว การชวนเพื่อนวิ่งไปด้วยกัน ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทําให้การวิ่งมีสีสันขึ้น ช่วยเป็นกําลังใจให้กันและกัน ทําให้โอกาสที่จะล้มเลิกวิ่งกลางคันน้อยลง แถมได้สุขภาพที่ดีไปพร้อมกันอีกด้วย ลองชวนเพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง หรือคนรักออกมาวิ่งกันดีกว่า
 

3.หาเพลงสนุกไว้ฟังตอนวิ่ง 

DSC00193

การหาเพลงที่มีจังหวะสนุกมาฟังตอนวิ่งนั้น จะทําให้การวิ่งไม่น่าเบื่อ โดยการฟังเพลงจะทําให้เราเพลิดเพลินกับเสียงเพลงจนไม่ได้จดจ่อกับระยะทาง รู้ตัวอีกทีก็วิ่งครบเป้าหมายไปแล้ว ซึ่งตัว Sumsung Gear Fit2 นั้น ก็มี Memory ในตัว จึงสามารถดึงเพลงเข้ามาใส่ในเครื่องได้เลย โดยใช้ควบคู่กับหูฟังบลูทูธ ง่ายและสะดวกมาก
 

4.ออกกําลังกายให้ถึงจุด

บางคนบ่นว่าออกกําลังกายมาตั้งนานทําไมยังไม่ผอม ก็ต้องมาดูในเรื่องของความเข้มข้นในการออกกําลังกาย ว่าได้ออกจริงจังมากแค่ไหน ถ้าแค่วิ่งแค่เหยาะแหยะ เหงื่อยังไม่ทันหยดลงพื้นเลยแบบนี้ไม่ผอมหรอก โดยจากประสบการณ์ของบุ๊ค จะวิ่งช่วง Zone 2-3 โดยอัตราการเต้นของหัวใจไม่เกิน 80% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดหาได้จากการนำ 220 – อายุ)

DSC00663-2

โดยหลังจากวิ่งเสร็จก็สามารถเก็บข้อมูลด้านสุขภาพได้แบบ real-time ทั้งระยะทาง จํานวนก้าว และอัตราการเต้นของหัวใจ โดยข้อมูลทั้งหมดจะ Sync เข้ากับ Application S Health บน smartphone ในภายหลังอีกด้วย ซึ่งสามารถเก็บไว้ดูสถิติการวิ่งย้อนหลังของเราได้เลย

DSC00289

สำหรับใครที่กำลังมองหาสายรัดข้อมือวัดการออกกำลังกายพร้อม GPS ในตัว ที่สามารถบอกระยะทาง ความเร็ว และแคลอรี่อย่างแม่นยำ Sumsung Gear Fit2 ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจะโดนใจอย่างยิ่ง และที่สำคัญคือยังมีฟังก์ชั่นการทำงานเจ๋งๆอีกเพียบ ขอบุ๊คไปเล่นให้ครบแล้วจะมารีวิวให้อ่านอีกรอบ แต่ถ้าใจร้อน อยากรู้ความเจ๋งตอนนี้ก็สามารถเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมของ Sumsung Gear Fit2 ได้ที่ลิงก์นี้เลยจ้า >> http://bit.ly/2a0xGHR